ใจสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง (Palpitation)

ใจสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง (Palpitation)

คำพ้อง หายใจไม่เต็มอิ่ม

อาการ หายใจไม่เต็มอิ่ม

อ่อนเพลีย ใจสั่น หายใจไม่เต็มอิ่ม ต้องถอนหายใจ(หายใจลึกๆ) เป็นครั้งคราว มึนศีรษะเป็นช่วงๆ หรือเป็นประจำ บางคนเคยไปพบแพทย์มาหลายครั้ง ตรวจแล้วก็ไม่พบความผิดปกติร้ายแรงอะไร แต่แพทย์บางคนก็บอกว่า ความดันต่ำ, หัวใจอ่อน, ประสาทหัวใจอ่อน หรือเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ก็ยิ่งกลัวและวิตกกังวลมากขึ้น อาการยิ่งเป็นบ่อยขึ้น

หายใจไม่ทั่วท้อง

หายใจไม่ทั่วท้อง

สาเหตุเกิดจาก ความกลัววิตกกังวลเป็นพื้นฐาน โดนเฉพาะความกลัวโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคปอด เป็นต้น ประกอบกับไม่รู้ว่าคบปกติก็อาจมีอาการเช่นนี้เป็นครั้งคราว แต่ถ้าไม่สนใจ อาการก็จะหายไปเอง เป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าใส่ใจมากเพราะกลัวเป็นโรคก็ทำให้เกิดอาการมาก ยิ่งแพทย์บอกว่าเป็นความดันต่ำหรือหัวใจอ่อนก็ยิ่งคิดมากเข้าไปใหญ่

สาเหตุอื่นๆ ซึ่งเป็นโรคทางกายแท้จริง ได้แก่ โรคปอด และโรคหัวใจ เป็นต้น ซึ่งจะมีอาการอื่นบ่งชี้

ถ้ามีอาการต่อไปนี้เป็นเรื่องอันตราย (ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางอายุรกรรม)

  • เหนื่อยง่ายตามระดับของการทำกิจกรรม เช่น ถ้านั่งๆ นอนๆ แล้วเหนื่อย แสดงว่ากิจกรรมอื่นแทบทำไม่ได้เลยแม้แต่ลุกไปเข้าห้องน้ำ
  • เหนื่อยจนนอนราบไม่ได้ ต้องนั่งพิงหมอนสูง หรือนั่งฟุบหลับ
  • หลับไปแล้วสะดุ้งตื่นมานั่งหอบเป็นประจำ หรือเป็นเวลาใกล้เคียงกันเกือบทุกคืน
  • ไอมาก
  • บวมตามเท้าและขา

การใช้ยา (เลือกใช้ขนานใดขนานหนึ่งเพียงขนานเดียว ทั้งยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณ)

ยาแผนปัจุบัน

                ขนานที่ 1 Diazepam (ไดอซีแพม) 2 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น ถ้าอาการหายก็หยุดยาได้ อย่าใช้แบบไม่มีกำหนด

ขนานที่ 2 Haloperidol (ฮาโลเพอริดอล) 0.5 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น ถ้าอาการหายก็หยุดยาได้

ยาแผนโบราณ

                ขนานที่ 1(8) ใช้บัวบก 2 ส่วน พริกไทยขาว 1 ส่วน ผสมกันตำละเอียด ชงกับน้ำร้อนดื่มครั้งละครึ่งช้อนกาแฟ

                ขนานที่ 2(8) ใช้กระชายปอกเปลือกแล้วตากแห้ง บดเป็นผงรับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ชงดื่ม

                ขนานที่ 3(8) ใช้ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแห้ง คั่วไฟให้หอม ชงกับน้ำร้อนดื่มแทนน้ำชา

                การรักษาอื่นๆ และการปฏิบัติตัว

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ยอมรับความจริงว่า ถ้าแพทย์ตรวจแล้วไม่พบโรคทางกายร้ายแรงคนอื่นๆ ก็เป็นแต่เขาไม่สนใจ ให้คิดว่า “ช่างมันเถิดเดี๋ยวก็หายเอง”, “เป็นอะไรก็เป็นกัน”, “จิ๊บจ๊อย” กังวลไปก็เท่านั้น ไปพบแพทย์บ่อยๆ นอกจากจะสิ้นเปลืองแล้ว ยังอาจเสี่ยงต่อผลข้างเคียงของยา
  • ใช้ยาหม่อง ยาดม หรือผิงมะกรูด มะนาว บีบแล้วสูดดมเวลามีอาการก็ได้
เนื้อหามีประโยชน์กด Like !!!

กด Like เอาไว้อัพเดทข้อมูลสุขภาพ